หน้าหลัก
ประวัติของหมู่บ้าน
ไอ้บุญทองบ้านหนองขาว
อาชีพหลัก
ประเพณีความเชื่อ
ประเพณีที่ถือปฏิบัติ
ความเชื่อต่างๆ
พิพิธภัณฑ์หนองขาว
การละเล่นพื้นบ้าน
เพลงพวงมาลัย
อดีตเจ้าอาวาส
 

เทศบาลตำบลหนองขาว
เทศบาลหนองหญ้าดอกขาว
รพสต.หนองขาว
สภ.หนองขาว
โรงเรียนวัดอินทาราม
ศูนย์จำหน่ายสินค้า
 

   
   
 
 

 

 

 

ความเชื่อต่าง ๆ ของชาวบ้านหนองขาว


 

1.ความเชื่อเรื่องยาย

     ชาวบ้านบ้านหนองขาว มีความเชื่อเรื่องยายมาตั้งแต่โบราณ และนับถือยายสืบต่อกันมาถึงปัจจุบัน บ้านของชาวบ้านทุกหลังจะต้องมีหิ้งบูชายายและมีการไหว้ยาย ซึ่ง “ยาย” ของชาวบ้านบ้านหนองขาว หมายถึง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ถือว่าเป็นต้นตระกูลซึ่งลูกหลานต้องรับไปไว้ในบ้านของตนสืบต่อกันตามช่วงอายุ ดังนั้นในความเชื่อของชาวบ้าน “ยาย” จึงไม่ใช่ผีบ้านผีเรือน ถึงแม้ว่าจะคอยปกปักรักษาให้คนที่อาศัยอยู่ในบ้านอยู่เย็นเป็นสุขเหมือนผีบ้านผีเรือนก็ตาม

     เมื่อชาวบ้านบ้านหนองขาวแต่งงานแยกครอบครัว ไปมีบ้านเป็นของตนเองก็จะต้องทำพิธีรับยาย จากบ้านของพ่อแม่ไปเก็บรักษาไว้ที่บ้านของตน เพื่อเป็นสิริมงคลและสืบต่อบรรพบุรุษ เนื่องจากยายมีหลายประเภทและอยู่ในภาชนะต่าง ๆ กัน ลูกหลานต้องรู้ว่าบรรพบุรุษของตนนับถือยายอะไรบ้าง จึงจะทำพิธีรับยายและบูชายายได้ถูกต้องตามที่บรรพบุรุษของตนนับถือ วิธีปฏิบัติในการรับยาย คือ นำภาชนะต่าง ๆ ซึ่งเป็นที่อยู่ยายมาเท่าจำนวนที่มีในบ้านเดิมของตน กล้วย 1 อุ้ม หมากพลู รูปปั้นขี้ผึ้งเล็ก ๆ (ใช้สมมติแทนยาย) เท่าจำนวนภาชนะ ดอกไม้ธูปเทียน ขนมต้มแดงต้มขาว และหัวข้าวหัวแกง จัดใส่หาบแล้วหาบไปบ้านพ่อแม่ของตน แม่จะทำพิธีมอบยายให้กับลูก ลูกก็จะหาบกลับบ้านมาบ้านแล้วนำมาจัดตั้งไว้ในห้องนอนด้านหัวนาน ทำพิธีจุดธูปเทียนบูชาเป็นเวลา 3 วัน หลังจากนั้นทุกปีในเดือน 6 ก่อนเข้าพรรษา ก็จะจัดให้มีการบูชายาย 1 ครั้ง ของที่ใช้ในการบูชามี บายศรีปากชาม ขนมต้มแดงต้มขาว หมากพลู ดอกไม้ธูปเทียนและน้ำ วันที่เหมาะในการบูชายายคือวันศุกร์ แต่ห้ามบูชายายหรือรับยายในวันพระ 

     ในการรับยายนี้ ชาวบ้านหนองขาวเชื่อว่าจะต้องหาบไปจากบ้านพ่อแม่เท่านั้น มิฉะนั้นยายไม่ยอมไปด้วย แล้วก็จะบันดาลให้เกิดเหตุการณ์ไม่ดีกับลูกหลานคนนั้น จนต้องมารับยายใหม่ หากลูกหลานไปตั้งรกรากอยู่ไกล ไม่สามารถหาบไปจนถึงบ้านได้ ก็ต้องหาบออกจากบ้านพ่อแม่ให้พอเป็นพิธี และเมื่อขึ้นรถแล้วก็ต้องอุ้มกระจาดไปตลอดทางจนกว่าจะถึงบ้าน แล้วจึงหาบยายเข้าบ้านของตนและต้องนำยายเข้าบ้านให้ทันก่อนเพล หากไม่ทันเพลก็ต้องมารับยายใหม่นอกจากนี้ยังเชื่อว่าห้ามรับยายโดยการนำยายใส่กระสอบ

ยายมีหลายประเภทโดยอยู่ในภาชนะต่าง ๆ กันดังนี้

     - หม้อยาย หมายถึง ยายที่อยู่ในหม้อดินขนาดเล็ก ภายในหม้อยายจะมีหุ่นคนปั้นด้วยขี้ผึ้ง และที่ฝาหม้อจะปิดด้วยผ้าขาวมีด้ายสายสิญจน์ผูกรอบฝาหม้อ แขวนไว้ข้างฝาในห้องนอน แต่ละบ้านจะมีจำนวนหม้อยายไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับการรับหม้อยาย เช่น พ่อแม่มียาย 10 หม้อ เมื่อบุตรแต่งงานก็ต้องรับยายไป 10 หม้อ ทั้งบุตรชายและหญิง ดังนั้นถ้าชายหญิงแต่งงานกัน ฝ่ายชายมียาย 8 หม้อ ฝ่ายหญิงมียาย 10 หม้อ ชายหญิงคู่นั้นก็ต้องรับยายไป 18 หม้อ แต่ถ้าแต่งงานกันแล้วยังอยู่กับพ่อแม่ก็ไม่ต้องรับหม้อยาย (อดีตเรืองราวบ้านหนองขาว , 2541) ยายที่อาศัยอยู่ในหม้อดินนี้ไม่มีชื่อเรียก โดยมากมักจะเรียกว่า “ยาย” เมื่อถึงเดือน 6 ก่อนเข้าพรรษาก็จะตั้งสำรับบูชายายด้วยเครื่องบูชาดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เสร็จพิธีแล้วก็นำหมากพลู ใส่ไว้ในหม้อยาย หม้อละ 1 คำ

     - ยายตะกร้า หมายถึง ยายที่อยู่ในตะกร้า มีชื่อเรียกว่า “ยายตลับสี” อยู่ในตะกร้าสาน 2 ใบ ภายในตะกร้าจะมีมะพร้าวและเจว็ด มะพร้าวที่ใช้ต้องไม่ปอกเปลือกและต้อง มีจุก ส่วนเจว็ดทำจากไม้แผ่นขนาดยาว 1 ศอก เขียนรูปที่ชาวบ้านเรียกว่ารูปพระรามไว้ที่ปลายไม้ การบูชายายตะกร้านี้จะแตกต่างออกไป คือจะบูชาในวันขึ้น 4 ค่ำเดือน 4 ไม่ได้บูชาในเดือน 6 ก่อน เข้าพรรษาเหมือนยายอื่น ๆ ชาวบ้านหนองขาวบ้านใดที่บูชายายตะกร้าจะนำเครื่องบูชาไปไหว้แล้วเปลี่ยนมะพร้าวลูกใหม่ใส่ลงตะกร้า เชื่อกันว่าหากมะพร้าวในตะกร้างอก แสดงว่า ครอบครัวนั้นจะประสบแต่ความเจริญรุ่งเรือง หลังจากบูชาแล้วก็จะเอาหมากใส่ไว้ในตะกร้า 1 คำ

     - ยายที่อยู่ในชาม ยายที่อยู่ในชามนี้แต่ละบ้านจะมีชื่อเรียกต่างกัน เช่น ยายเอี้ยง ยายใจ ยายกุเลา แม่ย่าท้าวทอง แม่ย่ามูเหล็ก ฯลฯ แล้วแต่ว่าบ้านใดนับถือยายอะไร ภายในชามมีเพียงขี้ผึ้งปั้นเป็นรูปคนวางไว้ที่ก้นชาม การบูชายายที่อยู่ในชามจะทำเหมือนการบูชาหม้อยาย

     บนหิ้งบูชายายต้องมีบ้าน 2 หลังเล็ก ๆติดกัน โดยบ้าน 2 หลัง นี้ทำขึ้นอย่าง ง่าย ๆมีลักษณะเป็นไม้กระดานแผ่นเรียบ 1 แผ่นวางเป็นฐาน แล้วนำไม้แผ่นเล็ก ๆ 4 แผ่นมาประกอบเป็นสามเหลี่ยมหน้าจั่วติดกัน ในบ้านแต่ละหลังจะมีธูป 3 ดอก และเจว็ด เชื่อว่าเป็นที่อยู่ของปู่เขียวกับแม่สาคู ซึ่งมีลูกชายชื่อ พ่อหลวงน้อย และพ่อหลวงใหญ่ ปู่เขียวเป็นเทพารักษ์ของบ้านหนองขาวมีเมียมากนอกจากแม่สาคูแล้ว จึงต้องมาอยู่ในตะกร้า ชาวบ้านเชื่อกันว่ายาย 2 หลังนี้ ดุกว่ายายใด ๆ ทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีหม้อ 2 ใบ วางคู่กัน เรียกว่า “ยายตา” การบูชาทำ เช่นเดียวกับการบูชาหม้อยาย

     ในวันบูชายายนอกจากจะบูชาด้วยบายศรีปากชาม ขนมต้มแดงต้มขาว หมากพลู ดอกไม้ธูปเทียนและน้ำแล้ว ชาวบ้านบ้านหนองขาวบางบ้านยังบูชายายด้วยขนมเปียกปูน ยายชนิดนี้ เรียกว่า “ยายพระ” หมายถึงพ่อครูฤาษีซึ่งเป็นครูของศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในบ้านหนองขาว ปู่เขียวเองก็ต้องเรียกยายพระว่า “พ่อครู” เมื่อไหว้แล้ว ห้ามนำขนมเปียกปูนนั้นมากินเด็ดขาด ต้องถวายพระให้หมด และยังเชื่อกันว่าห้ามชิมอาหารทุกชนิดที่ทำบูชายาย เพราะถือกันว่าห้ามกินก่อนยายนั่นเอง

     ชาวบ้านบ้านหนองขาวมีความเชื่อว่ายายชอบกินเต่า ดังนั้นหากใครไปพบเต่าจะต้องพูดว่า “เต่าเน่า เต่าเน่า” และห้ามนำเต่านั้นกลับมาบ้าน เพราะหากนำกลับมาก็จะต้องทำบาปเนื่องจากต้องนำเต่านั้นมาแกงแล้วนำไปไหว้ยาย หากบ้านใดแกงเต่าเป็นอาหารก็ต้องแบ่งไปไหว้ยายก่อน หรือหากไปพบคนกำลังแกงเต่าก็ต้องขอแบ่งเขาแล้วนำมาไหว้ยาย เพราะเชื่อว่ายายอยากกินเต่าจึงทำให้ไปเจอ นอกจากนี้หากใครล่ากระต่ายหรือเก็บของป่าได้ ก็ต้องแกงแล้วนำมาไหว้ยายก่อนที่จะบริโภคเองด้วย ไม่เช่นนั้นยายก็จะทำให้เป็นไปต่าง ๆ นา ๆ

 

2.ความเชื่อเรื่องการตั้งศาลยายและการทรงเจ้า

     ชาวบ้านบ้านหนองขาว มีความเชื่อเรื่องการตั้งศาลยายและการทรงเจ้า โดยเป็นการปฏิบัติตามความเชื่อของบรรพบุรุษและมีการสืบทอดมาจนกระทั่งปัจจุบันการตั้งศาลยายของชาวบ้านบ้านหนองขาว หมายถึง การที่ชาวบ้านนำเครื่องเซ่นไปไหว้ตามศาลเจ้าต่างๆ ในหมู่บ้านตามที่บรรพบุรุษของตนได้ตั้งศาลไว้ โดยถือว่าศาลที่บรรพบุรุษคนแรกไปเซ่นไหว้นั้นเป็นศาลยายของครอบครัว เช่น บรรพบุรุษคนแรกตั้งศาลไว้ที่ศาล ก ด้วยเครื่องเซ่นจำนวน 1 ถาด เมื่อถึงวันงานตั้งศาลยายในเดือน 6 หากลูกหลานในชั้นถัดมายังไม่ได้แต่งงานแยกครอบครัวไป ก็ต้องนำเครื่องเซ่นไปไหว้ที่ศาล ก จำนวน 1 ถาด เพื่อเป็นการตั้งศาลยายทุกปี แต่ถ้าลูกหลานได้แต่งงานแยกครอบครัวไปแล้ว หากบรรพบุรุษของสามีตั้งศาลยายไว้ที่ ศาล ก และศาล ข แห่งละ 3 ถาด เมื่อถึงวันงานตั้งศาลยาย ครอบครัวนี้ก็จะต้องนำเครื่องเซ่นไปตั้งศาลยายที่ศาล ก จำนวน 4 ถาด และศาล ข จำนวน 3 ถาด เป็นการนำจำนวนเครื่องเซ่นไหว้ในครอบครัวเดิมของสามีและภรรยามารวมกันนั่นเอง ดังนั้นหากครอบครัวใดสืบเชื้อสายมาหลายชั้นและแต่งงานกับครอบครัวอื่นที่ตั้งศาลคนละศาลกัน ครอบครัวนั้นก็จะต้องจัดหาเครื่องเซ่นหลายถาดขึ้น และต้องไปตั้งศาลยายที่ศาลเจ้ามากแห่งขึ้น ในถาดเครื่องเซ่นที่ใช้ในการตั้งศาลยายประกอบด้วย บายศรีปากชาม ขนมต้มแดงต้มขาว หมากพลู 3 คำ ดอกไม้ธูปเทียนและน้ำ 

     เหตุที่ความเชื่อเรื่องการตั้งศาลยายและการทรงเจ้านี้ดำเนินไปควบคู่กัน ก็เพราะในงานตั้งศาลยายนี้จะมีการ “การแก้บน” ด้วย เนื่องจากเมื่อชาวบ้านไปตั้งศาลยายตามศาลเจ้าต่างๆ นั้น ศาลเจ้าแต่ละแห่งจะมีการทรงเจ้าจำนวนมากกว่า 100 องค์ โดยเจ้าที่ประทับทรงทั้งร้อยกว่าองค์นี้จะไปเข้าประทับทรงร่วมกันโดยผลัดเปลี่ยนไปวันละศาล หากช่วงปีที่ผ่านมาชาวบ้านคนใดบนบานสิ่งต่างๆ ไว้กับเจ้าองค์ที่ตนนับถือแล้วสำเร็จตามที่ขอ ก็จะมาแก้บนหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “แก้ปากแก้คำ” ในงานตั้งศาลยาย หรือที่เรียกว่า “งานประจำปี” ชาวบ้านเชื่อว่าไม่แก้บนในงานประจำปี ก็ต้องแก้บนหลังออกพรรษา ห้ามแก้บนในระหว่างเข้าพรรษาเพราะเจ้าในหมู่บ้านทั้งหมดถือศีลไม่รับสินบนใด ๆ ทั้งสิ้น



     ที่บ้านหนองขาวนี้มีศาลเจ้าต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก แต่ศาลเจ้าสำคัญที่ชาวบ้านนิยมไปตั้งศาลยาย มี 4 ศาล คือ

    - ศาลเจ้าพ่อแม่ ถือเป็นศาลที่ใหญ่ที่สุด ภายในศาลมีปุ่มไม้ประดู่ขนาดใหญ่ซึ่งตัดมาตั้งไว้ตั้งแต่ตอนเริ่มสร้างหมู่บ้าน “หนองหญ้าดอกขาว” ชาวบ้านจะนิมนต์พระไปสวดมนต์เย็นและจะมีงานตั้งศาลในวันรุ่งขึ้น คือวันแรม 1 ค่ำเดือน 6 ชาวบ้านจะนิมนต์พระไปสวดมนต์เย็นและจะมีงานตั้งศาลในวันรุ่งขึ้น คือวันแรม 2 ค่ำ เดือน 6 ชาวบ้านไม่ทราบว่าเจ้าที่อยู่ในศาลพ่อแม่นี้ มีชื่อว่าอย่างไรแต่เชื่อกันว่าศักดิ์สิทธิ์มาก หากบ้านใดจะจัดงานก็ต้องนำหัวข้าวหัวแกง ขนมและเหล้า 2 ขวด ไปไหว้เพื่อบอกกล่าวที่ศาลเจ้าพ่อแม่เสมอ มิฉะนั้นงานก็จะไม่ราบรื่น หลังจากตั้งศาลที่ศาลพ่อแม่แล้ว ช่วงเย็นจะมีการสวดมนต์เย็นที่ศาลเจ้าเกยนอก

     - ศาลเจ้าเกยนอก เป็นศาลของเจ้าพ่อโรงหนังหรืออีกชื่อหนึ่งว่า “พ่อพระราม” กับ “เจ้าแม่องค์ชี” ชาวบ้านจะมาตั้งศาลยายที่ศาลนี้ในวันแรม 3 ค่ำ เดือน 6 หลังจากตั้งศาลยายที่ศาลเจ้าเกยนอกแล้ว ช่วงเย็นก็จะมีการสวดมนต์เย็นที่ศาลหนองน้อย

     - ศาลเจ้าหนองน้อย เป็นศาลของเจ้าพ่อลมบน ปู่เขียว แม่สาคู ตาหลวงน้อย ตาหลวงใหญ่ ฯลฯ ชาวบ้านจะมาตั้งศาลยายที่ศาลนี้ในวันแรม 4 ค่ำ เดือน 6 หลังจากตั้งศาลยายที่ศาลเจ้าหนองน้อยแล้ว ช่วงเย็นไม่มีการสวดมนต์เย็นที่ศาลปู่เจ้าบ้านซึ่งจะตั้งศาลในวันรุ่งขึ้น

     - ศาลปู่เจ้าบ้านหรือศาลตาปู่ เป็นที่ประทับของปู่พราหมณ์ เป็นเจ้าที่แก่มากถือว่าเป็นเจ้าบ้านของบ้านหนองขาว กล่าวกันว่าถ้าปู่พราหมณ์ประทับทรวงแล้วร่างทรงจะลุกยืนไม่ได้เพราะปู่พราหมณ์แก่มาก หากปู่พราหมณ์ต้องการจะไปที่ใดก็ต้องให้พี่เลี้ยงคนทรงช่วยกันอุ้มไป ชาวบ้านจะมาตั้งศาลยายที่ศาลนี้ในวันแรม 5 ค่ำ เดือน 6 การตั้งศาลยายที่ศาลนี้จะมีการทำกระแบะกระบาล คล้ายคลึงกับการทำพิธีขอฝนดังที่กล่าวมาแล้วในข้างต้น แต่ไม่มีการแห่ขุนเพ็ดเมื่อส่งกระแบะกระบาลแล้วก็ถือว่าเสร็จพิธี

     นอกจากศาลทั้ง 4 ศาลนี้แล้ว หากชาวบ้านคนใดนับถือเจ้าที่ชื่อว่า “พระครูศาสดา” ซึ่งเป็นเจ้าเพียงองค์เดียวในบ้านหนองขาวที่เก่งในทางรักษาโรค ก็จะต้องไปตั้งศาลยายที่บ้านของร่างทรงพระครูศาสดา ในวันพฤหัสบดีข้างขึ้น เดือน 6 เพราะพระครูศาสดานี้ไม่มีศาลและในวันขึ้น 7 ค่ำ เดือน 7 ก็จะมีการตั้งศาลยายที่ศาลยายเท้าสม ซึ่งมีเจ้าสำคัญ 4 องค์ คือ สะปูยา เทวดา ท่านผู้ใหญ่ และแม่องค์ชี

     ศาลเจ้าในบ้านหนองขาวที่ชาวบ้านส่วนใหญ่เกือบทุกหลังคาเรือนต้องไปตั้งสำรับ คือศาลเจ้าพ่อแม่และศาลเจ้าหนองน้อยซึ่งต้องทำเป็นประจำทุกปี ส่วนชาวบ้านหนองขาวที่มีครอบครัวและไปอาศัยอยู่ต่างบ้าน จะต้องกลับมาตั้งสำรับที่ศาลต่าง ๆ ทุกปีด้วยเช่นกัน การตั้งสำรับที่ศาลหรือการตั้งศาลยายจึงมีความสำคัญกว่าการบูชาหม้อยาย เพราะหม้อยายสามารถบูชาที่บ้านได้ แต่การตั้งศาลยายจะต้องกลับมาทำพิธีที่บ้านหนองขาวเท่านั้น ถือเป็นกุศโลบายของคนโบราณที่ทำให้ลูกหลานได้กลับมาพบปะกัน แต่ในกรณีที่ผู้ไปอยู่ต่างบัานมีความจำเป็น ไม่สามารถกลับมาตั้งสำรับที่ศาลได้ ก็ต้องจุดธูปบอกถึงความจำเป็นแล้วให้ญาติพี่น้องซึ่งอยู่ที่บ้านหนองขาวนำเครื่องเซ่นไหว้ไปตั้งศาลยายแทน

     เมื่อถึงวันตั้งศาลยาย ชาวบ้านจะทำบุญโดยนิมนต์พระสงฆ์มาสวดมนต์ในตอนเย็นแล้วเลี้ยงพระในตอนเช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อเลี้ยงพระเสร็จชาวบ้านก็จะเริ่มนำสำรับมาตั้งศาล คนทรงก็จะเริ่มขึ้นทรง การขึ้นทรงนี้จะขึ้นทรงกันตลอดทั้งวัน จากนั้นชาวบ้านที่บนบานขอให้เจ้าช่วยเหลือในเรื่องต่าง ๆ แล้วสมหวังดังที่ขอก็จะนำสินบนมาแก้บนกับเจ้าที่ตนบนเอาไว้ พิธีตั้งศาลยายนี้จะดำเนินไปจนถึงตอนเย็น โดยจะเสร็จพิธีประมาณ 15.00 น. หลังจากนั้นชาวบ้านจึงจะมายกสำรับกลับบ้านได้

 

3.ความเชื่อเรื่องวัน

     วันสำคัญที่ชาวบ้านบ้านหนองขาวมีความเชื่อว่าจะให้คุณหรือให้โทษต่อตนนั้นมีอยู่ 3 วัน คือ วันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ชาวบ้านเรียกวันนี้ว่า “วันลาศีล” ถือกันว่าวันนี้เป็นวันที่ห้ามซื้อ ห้ามแลก ไม่ให้มีการใช้เงิน แม้จะนำเงินไปซื้ออาหารการกินก็ไม่ได้ มีอะไรอยู่ในเรือนก็ให้กินอย่างนั้น ในวันลาศีลต้องอยู่เฉย ๆ ห้ามทำงานบ้าน เช่น ห้ามผ่าฟืน ห้ามตักน้ำ ห้ามกวาดถู